หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางฯ เชียงใหม่ ร่วมต้อนรับเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย
หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางฯ เชียงใหม่ ร่วมต้อนรับเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย
วันที่นำเข้าข้อมูล 26 มิ.ย. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 มิ.ย. 2569
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 นางสาวรณพพัณณ์ กปิตถัย หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางฯ เชียงใหม่ ได้ร่วมต้อนรับนางลุยชา ราแกร์ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และคณะ ที่มาเยี่ยมคารวะผู้บริหารจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ ณ ห้องรับรองชั้น 1 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งหารือข้อราชการร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมสนับสนุนความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และสหภาพยุโรป โดยเฉพาะการหารือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกันเพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาพื้นที่อย่างสมดุล ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ตลอดจนการลงทุนในอนาคต และประเด็นในระดับท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ สถานการณ์ทั่วไปในปัจจุบัน รวมถึงปัญหาหรือข้อกังวลต่างๆ ในพื้นที่ อาทิ แนวทางการแก้ไขปัญหามลพิษของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของประชาชนในการใช้ทำกิน โดยจังหวัดได้ดำเนินการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ควบคู่กับมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและเข้าดับไฟ เพื่อลดผลกระทบดังกล่าวพร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือแก้ไขปัญหามลพิษอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอให้สหภาพยุโรปสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวของแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ชนบท ซึ่งมองว่าเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยฝ่ายสหภาพยุโรประบุว่า ที่ผ่านมาได้มีการสนับสนุนภาคประชาสังคมในบางส่วน รวมถึงการส่งเสริมเที่ยวบินเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยและยุโรป โดยจะมีการหารือในระดับทวิภาคีต่อไป พร้อมเสนอให้มีการสนับสนุนการท่องเที่ยวระดับชุมชน เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และการส่งเสริมและรับรองมาตรฐานสินค้า เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยขอรับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรปในการส่งเสริมสินค้าและการเชื่อมโยงตลาดยุโรป เป็นต้น
โอกาสนี้ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ ได้ชื่นชมรัฐบาลไทยในการให้ความช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นบริเวณชายแดนไทย โดยสนับสนุนให้มีโอกาสประกอบอาชีพในประเทศ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น ภาษา กฎหมาย และการเข้าถึงสิทธิ ซึ่งประเทศไทยอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข รวมถึงพัฒนาทักษะด้านภาษาและอาชีพ เพื่อรองรับแนวโน้มแรงงานในภาคการเกษตรและภาคบริการที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
รูปภาพประกอบ