หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางเชียงใหม่ร่วมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Nikkei ของญี่ปุ่นเกี่ยวกับ Digital Nomad ในจังหวัดเชียงใหม่
หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางเชียงใหม่ร่วมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Nikkei ของญี่ปุ่นเกี่ยวกับ Digital Nomad ในจังหวัดเชียงใหม่
วันที่นำเข้าข้อมูล 22 มิ.ย. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 22 มิ.ย. 2569
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์ นาย Shota Manda ผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์ Nikkei (Nihon Keizai Shimbun - หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจญี่ปุ่น) เกี่ยวกับ Digital Nomad ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนางสางรณพพัณณ์ กปิตถัย หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางเชียงใหม่ และนายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมด้วย ณ ห้องรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
การสัมภาษณ์ในครั้งนี้มุ่งเน้นในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของเมืองเชียงใหม่ ตลอดจนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ในการรักษาและยกระดับศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อคงสถานะความเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำระดับโลกสำหรับกลุ่ม Digital Nomad ในอนาคต ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพสูง โดยได้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ที่เป็นมิตรต่อนักเดินทางกลุ่มทำงานทางไกล (Nomad Friendly District) นำร่องในย่านประวัติศาสตร์ที่มีเสน่ห์อย่าง “สันป่าข่อย-วัดเกตุ” เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์การทำงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชนระหว่างกลุ่ม Nomad กับชุมชนท้องถิ่น
เชียงใหม่จัดเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลกสำหรับนักทำงานดิจิทัล โดยล่าสุดได้รับการจัดอันดับจาก Forbes ให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับ Digital Nomad และกลุ่มครีเอเตอร์ และยังได้รับการโหวตให้อยู่ในอันดับที่ 2 ของโลกจาก TNN สำหรับการเป็นเมืองที่เป็นมิตรต่อการตั้งชุมชน Nomad (Nomad Friendly) เนื่องจากมีค่าครองชีพที่ไม่สูงเกินไป มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ร้านกาแฟที่ออกแบบมาสำหรับการทำงาน (Cafe-working space) กระจายอยู่ทั่วเมือง และ Co-working Space มากมาย เช่น ย่านนิมมานเหมินท์ สันป่าข่อย วัดเกตุ และเมืองเก่า และมีสภาพแวดล้อมและไลฟ์สไตล์ที่ผสมผสานการทำงานเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ไทยยังมีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Destination Thailand Visa : DTV Visa) ซึ่งมีอายุการใช้งาน 5 ปี และสามารถพำนักอยู่ในราชอาณาจักรได้ครั้งละ 180 วัน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับความต้องการของ Digital Normad อย่างยิ่ง
รูปภาพประกอบ